กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ลานอเนกประสงค์สนามกีฬามหาราช อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางพบปะมวลชนชาวสุไหงโก-ลก ในโอกาสร่วมคณะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก นายอรรถกร กล่าวว่า ตนเดินทางมาสุไหงโก-ลกบ่อยครั้ง และรู้สึกประทับใจมาก ดังนั้นจึงมักเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องรวมทั้งประชาชนต่างพื้นที่ให้มาท่องเที่ยวที่นี่ เนื่องจากสุไหงโก-ลกมีจุดเด่นคืออาหารดี ผู้คนน่ารัก และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ในวันนี้ 4 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง ได้เดินทางมาพร้อมกันที่นี่ เราพร้อมที่จะรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด ยืนยันจะดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ อีกทั้งพร้อมที่จะร่วมสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และจังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนในพื้นที่ด้วย
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568, กรุงเทพมหานคร – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Vijit Chao Phraya 2025” มหาปรากฏการณ์การแสดงแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี นายนรพล ตันติมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ททท. และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ยังมี "โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี" มิสเวิลด์ 2025 (Miss World 2025) สาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าตำแหน่งดังกล่าว มาร่วมสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย ทั้งนี้ ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวที ประกาศถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงฯ ว่า: “ในค่ำคืนนี้ ผมขอยืนอยู่ตรงนี้เพื่อ ‘ประกาศ’ ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. พร้อมที่จะเดินหน้าภารกิจของเราต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมความสดใหม่ และต้องมีอีเวนต์ต่างๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในประเทศของเราให้มากขึ้น” “เราจะดำเนินการทุกอย่างให้เหมาะสม ทำทุกอย่างให้ยิ่งใหญ่ และสง่างาม สิ่งที่พี่น้องประชาชนบนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้เห็นในวันนี้ คือการประกาศว่า ‘วันนี้ ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร มีความพร้อมแล้ว ที่เราจะจัดงานอีเวนต์ระดับโลก (World Events)’” ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ได้เนรมิตบรรยากาศริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใน 15 จุดแสดงหลัก ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” โดยใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียงสุดล้ำสมัย คาดการณ์ว่าตลอดการจัดงาน 45 วัน จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กว่า 1.5 ล้านคน และสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 6,200 ล้านบาท สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน “Vijit Chao Phraya 2025” ประกอบด้วยการแสดงใน 15 พื้นที่ อาทิ • สะพานพระราม 8: การแสดงเลเซอร์ประกอบ Light & Sound • วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร: "Dawn of Siam อรุณรุ่งแห่งมหานครสยาม” • สะพานพระพุทธยอดฟ้า: "Threads of Glory สายใยแห่งความรุ่งเรือง” พร้อมการแสดงโดรน 500 - 1,000 ลำ • ไอคอนสยาม (ICONSIAM): การแสดงต้นคริสต์มาส "The Thai-conic Lighting Symphony” และการแสดง ICONIC Multimedia Water Feature ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามของมหาปรากฏการณ์แสงสีเสียง “Vijit Chao Phraya 2025” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกวันตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.00 น. ___________ #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #อรรถกรศิริลัทธยากร #เที่ยว #กีฬา ___________
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อตรวจราชการและประชุมติดตามแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับการต้อนรับจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมรรถชัย คันธมาทน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตยะลา ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวถึงความสำคัญของบทบาทสถาบันการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ ว่าเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านกีฬา พร้อมทั้งเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านกิจกรรมด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนและบุคลากรในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อให้กีฬาและการท่องเที่ยวเป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็ง ความเข้าใจ และความสมานฉันท์ในสังคม เราจะผลักดันให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเยาวชนด้านกีฬาและสุขภาวะในภูมิภาคนี้” รมว.อรรถกร กล่าว นอกจากนี้ นายอรรถกร ยังได้พบปะพูดคุยกับคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้านกีฬา การวิจัย และกิจกรรมพัฒนาชุมชน โดยยืนยันว่ากระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติในทุกมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน “ยะลา” ให้เป็นเมืองแห่งกีฬาและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ณ "เมืองโบราณยะรัง" ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อยกระดับแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรโบราณ “ลังกาสุกะ” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญระดับโลก การประชุมหารือ “แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโบราณยะรัง และเส้นทางวัฒนธรรมลังกาสุกะ-ศรีวิชัย” ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, ภาคเอกชน, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว, และชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูรณาการความร่วมมือและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อสร้าง "เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์" ที่โดดเด่นเชื่อมโยงเรื่องราวของอาณาจักรโบราณ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลังการประชุม รัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เมืองโบราณยะรัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรมและการเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญในอดีต ข้อสั่งการสำคัญเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน รมว.อรรถกร ศิริลัทธยากร ได้มอบหมายข้อสั่งการที่สำคัญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด ดังนี้: 1. การส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้: • การรับรู้ของนักท่องเที่ยว: ให้หน่วยงานบูรณาการร่วมกันเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนไทยและชาวต่างชาติเห็นว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว • กลุ่มเป้าหมายตะวันออกกลาง ("อัลฟาตานี"): ฝากให้ ททท. พิจารณาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง และพิจารณามาตรฐานที่กลุ่มประเทศดังกล่าวให้การยอมรับ • การผลักดันสู่พื้นที่พิเศษ (อพท.): ให้สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ผลักดันให้ เมืองโบราณยะรัง เข้าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดูแล เพื่อเพิ่มช่องทางการขับเคลื่อนและการทำงานร่วมกับชุมชน 2. ข้อสั่งการถึงหน่วยงานปฏิบัติการ: • กรมการท่องเที่ยว: ให้จัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับ การสร้างห้องน้ำเพิ่ม ณ โบราณสถานให้เพียงพอ รวมถึง เร่งดำเนินการติดตั้งป้ายบอกทาง ไปยังโบราณสถานให้ชัดเจน • สำนักงานปลัดกระทรวงฯ: ให้ทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อขอให้พิจารณา ปรับปรุงถนนเข้าพื้นที่ และให้นำเรื่องการผลักดัน เมืองโบราณยะรังเข้าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ อพท. เข้าที่ประชุมบอร์ดเพื่อศึกษาความเหมาะสมและผลักดันต่อไป • กรมพลศึกษา: พิจารณาสนับสนุน การสร้างสนามกีฬา ให้กับเยาวชนในพื้นที่ รมว. อรรถกร ย้ำในตอนท้ายว่า ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการท่องเที่ยว, กรมพลศึกษา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการตามข้อสั่งการอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับเมืองโบราณยะรังให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่คนในพื้นที่ต่อไป กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งมั่นยกระดับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนใต้
ระหว่างวันที่ 8–11 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม สมัชชาใหญ่สมัยสามัญขององค์การการท่องเที่ยวโลก (The 26th UN Tourism General Assembly: UN Tourism GA) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง การประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ครั้งนี้ ถือเป็น เวทีสูงสุดด้านนโยบายการท่องเที่ยวของโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีรัฐมนตรีการท่องเที่ยว ผู้นำท่องเที่ยวระดับโลกกว่า 160 ประเทศ ตลอดจนผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและกรอบความร่วมมือด้าน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากล เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เจ้าภาพได้จัดงานเลี้ยงรับรองผู้นำและผู้แทนกว่า 160 ประเทศ ณ Diriyah ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ภายใต้โครงการ Saudi Vision 2030 จากนั้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ได้เริ่มการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีการพิจารณาวาระสำคัญหลายประการ อาทิ • การรายงานของเลขาธิการ UN Tourism ว่าด้วยแนวโน้มปัจจุบันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก และแผนงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569–2570 (ค.ศ. 2026–2027) • การแต่งตั้งเลขาธิการ UN Tourism วาระใหม่ (พ.ศ. 2569–2572) ได้แก่ H.E. Shaikha Al Nowais ผู้แทนจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) • การเลือกสมาชิก คณะกรรมการบริหาร (Executive Council) และ คณะกรรมการจริยธรรมการท่องเที่ยวโลก (World Committee on Tourism Ethics: WCTE) • การรับรองการจัดตั้ง สำนักงาน UN Tourism ประจำภูมิภาค เป็นต้น การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะสมาชิกที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อน การท่องเที่ยวเชิงนโยบายระดับโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่าง ยั่งยืน ครอบคลุม และเชื่อมโยงในระดับโลก
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13:30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับแผนและติดตามผลการตรวจราชการ ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานและติดตามผลการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ประชุมได้หารือกรอบแนวทางการตรวจราชการและแผนปฏิบัติการของกระทรวงฯ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด โดยเน้นการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณและขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามแผน พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมของการส่งเสริมการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการของประเทศ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการในประเด็นสำคัญ เช่น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกาย การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการพัฒนาข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพและความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทย
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.09 น. ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายนรพล ตันติมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าสักการะศาลพระภูมิและศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และก่อนเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ภายหลังพิธีสักการะ นายนรพลได้เดินเยี่ยมชมหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกระทรวง พบปะพูดคุยกับผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เพื่อทำความรู้จัก สร้างความคุ้นเคยกับบุคลากร และรับฟังสรุปภารกิจหลักของแต่ละส่วนงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงานและสนับสนุนการดำเนินนโยบายของกระทรวงฯ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเอง สะท้อนถึงความตั้งใจของเลขานุการรัฐมนตรีฯ ที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ตรวจราชการสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส หลังได้รับรายงานว่าการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งนี้ ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 10 ปี ยังไม่แล้วเสร็จและถูกปล่อยทิ้งร้างบางส่วน การตรวจราชการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมลงพื้นที่ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส และ นางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้การต้อนรับ “ธรรมนัส” ย้ำต้องแก้ด้วยความร่วมมือ ไม่ปล่อยปัญหาซ้ำซาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในฐานะประธานบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ปัญหาสนามกีฬานราธิวาสที่ค้างมานานเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยเบื้องต้นจะให้ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เจรจาหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การดำเนินการฟ้องร้องระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม “สิ่งสำคัญคือต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ฟ้องกันเองระหว่างหน่วยงานของรัฐ เราจะให้วิศวกรเข้าประเมินโครงสร้างที่มีอยู่ เพื่อคำนวณมูลค่าคงเหลือ และนำตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานในการเจรจาให้โครงการกลับมาเดินหน้าได้โดยเร็ว” — ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย “อรรถกร” เตรียมหารือ กกท.–คมนาคม แก้ไขงบค้าง ย้ำตั้งใจคืนพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งรับผิดชอบด้านการส่งเสริมกีฬา ได้มุ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาแนวทางเร่งรัดให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้โดยเร็ว “วันนี้เราเห็นชัดเจนแล้วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และจะหาทางออกอย่างไร ผมจะนำผลการตรวจราชการครั้งนี้ไปหารือกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เพื่อกำหนดแนวทางเจรจากับกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว” — นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณอนุมัติไปแล้ว หากจะเสนอของบใหม่โดยไม่สะสางงบเดิม กรมบัญชีกลางจะไม่สามารถอนุมัติได้ ดังนั้นแนวทางสำคัญคือการเจรจาและบูรณาการระหว่างสองกระทรวง เพื่อคลี่คลายปัญหาคงค้างและดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ “รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจจริงที่จะทำให้สนามกีฬาแห่งนี้กลับมาใช้งานได้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และเยาวชนในจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” นายอรรถกร กล่าวย้ำ ทั้งนี้ โครงการสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้โครงการ “หนึ่งจังหวัด หนึ่งสนามกีฬา” ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ต่อมาในปี 2555–2558 ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมดำเนินการในเฟสที่ 2 แต่ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้โครงการหยุดชะงักยาวนาน จนกระทั่งการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงกับกรมทางหลวงเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเร่งรัดให้สนามกีฬาแห่งนี้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 – 16.30 น. นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดทําคําของประมาณฯ รวมทั้งแนวทางการบูรณาการร่วมกันหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ การประชุมชี้แจงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นกลไกหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับนายไมเคิล ชิน ประธานกรรมการบริหาร We Are the World พร้อมด้วยผู้แทนจากกองนโยบายและการต่างประเทศ และผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การประชุมสุดยอด We Are the World - Asia Healthcare Integration and Contribution International Summit ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยการประชุมดังกล่าว นับเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์ระดับนานาชาติ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก ทั้งนี้ การประชุมฯ ยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลด้านการแพทย์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แสดงความพร้อมให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism Hub) สอดคล้องกับนโยบาย “Big Impact, Act Fast” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนเข้าร่วมงาน “วิจิตรเจ้าพระยา (Vijit Chao Phraya 2025)” เทศกาลการแสดงแสง สี เสียง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการแสดงทางวัฒนธรรมในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของการจัดเทศกาลระดับโลกอีกด้วย
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับนายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาแผนกวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาความร่วมมือในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมถึงการผลักดันด้านกีฬาระหว่างสองประเทศ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.00 น. นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกีฬาภายใต้กรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) ครั้งที่ 1 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การประชุมดังกล่าวจัดโดย สหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองซามารา ภายใต้หัวข้อ “From Tradition to Innovation: The Future of Sports in ACD Member States” หรือ “จากประเพณีสู่นวัตกรรม: อนาคตกีฬาในประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือเอเชีย” จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม “Russia – Country of Sports” โดยมี H.E. Mr. Mikhail Degtyarev รัฐมนตรีกีฬาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้รับรองเอกสารผลลัพธ์หลัก คือ “ปฏิญญาซามารา (Samara Declaration)” ซึ่งมุ่งส่งเสริมความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ACD ผ่านกิจกรรมกีฬา การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกีฬา การส่งเสริมกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อสังคม ตลอดจนการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือทางการทูต (Sports Diplomacy) เพื่อสร้างสันติภาพและมิตรภาพระหว่างประชาชน ทั้งนี้ ปฏิญญาซามารา ถือเป็นการต่อยอดจาก ปฏิญญาโดฮา (Doha Declaration) ที่ผู้นำ ACD รับรองเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 และสะท้อนมติของที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ACD เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่เห็นว่าความร่วมมือด้านกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิก ACD ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed