กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 – 16.30 น. นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดทําคําของประมาณฯ รวมทั้งแนวทางการบูรณาการร่วมกันหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ การประชุมชี้แจงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นกลไกหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับนายไมเคิล ชิน ประธานกรรมการบริหาร We Are the World พร้อมด้วยผู้แทนจากกองนโยบายและการต่างประเทศ และผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การประชุมสุดยอด We Are the World - Asia Healthcare Integration and Contribution International Summit ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยการประชุมดังกล่าว นับเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์ระดับนานาชาติ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก ทั้งนี้ การประชุมฯ ยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลด้านการแพทย์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แสดงความพร้อมให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism Hub) สอดคล้องกับนโยบาย “Big Impact, Act Fast” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนเข้าร่วมงาน “วิจิตรเจ้าพระยา (Vijit Chao Phraya 2025)” เทศกาลการแสดงแสง สี เสียง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการแสดงทางวัฒนธรรมในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของการจัดเทศกาลระดับโลกอีกด้วย
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับนายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาแผนกวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาความร่วมมือในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมถึงการผลักดันด้านกีฬาระหว่างสองประเทศ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.00 น. นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกีฬาภายใต้กรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) ครั้งที่ 1 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การประชุมดังกล่าวจัดโดย สหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองซามารา ภายใต้หัวข้อ “From Tradition to Innovation: The Future of Sports in ACD Member States” หรือ “จากประเพณีสู่นวัตกรรม: อนาคตกีฬาในประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือเอเชีย” จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม “Russia – Country of Sports” โดยมี H.E. Mr. Mikhail Degtyarev รัฐมนตรีกีฬาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้รับรองเอกสารผลลัพธ์หลัก คือ “ปฏิญญาซามารา (Samara Declaration)” ซึ่งมุ่งส่งเสริมความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ACD ผ่านกิจกรรมกีฬา การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกีฬา การส่งเสริมกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อสังคม ตลอดจนการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือทางการทูต (Sports Diplomacy) เพื่อสร้างสันติภาพและมิตรภาพระหว่างประชาชน ทั้งนี้ ปฏิญญาซามารา ถือเป็นการต่อยอดจาก ปฏิญญาโดฮา (Doha Declaration) ที่ผู้นำ ACD รับรองเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 และสะท้อนมติของที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ACD เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่เห็นว่าความร่วมมือด้านกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิก ACD ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก กรุงเทพมหานคร นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันยูยิตสูชิงแชมป์โลก “Ju-Jitsu World Championship 2025” ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 1–15 พฤศจิกายน 2568 โดยมีนักกีฬากว่า 4,000 คน จาก 70 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมชิงชัย โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรกีฬานานาชาติและไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นสนามแรกในการเก็บคะแนนสะสมสำหรับกีฬาเวิลด์เกมส์ 2029 และเป็นเวทีสำคัญในการทดสอบความพร้อมของนักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทย ก่อนลงแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยทัพนักกีฬาไทยตั้งเป้าคว้าไม่น้อยกว่า 10 เหรียญทอง นางสาววนิดา พันธ์สอาด กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยในการจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติในระดับมาตรฐานโลก พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสปอร์ตทัวริซึม (Sports Tourism) ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ทีมงาน และผู้ติดตามจากทั่วโลกเข้าสู่ประเทศ นำไปสู่การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ในพื้นที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเชื่อมั่นว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้จะไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับวงการกีฬายูยิตสูไทย พัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชนและทีมชาติ ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาสนใจเล่นกีฬาและพัฒนาทักษะสู่ระดับนานาชาติ การแข่งขัน “Ju-Jitsu World Championship 2025” แข่งขันรวม 400 เหรียญทอง ครอบคลุม 3 รุ่นอายุ ได้แก่ เยาวชน ประชาชน และมาสเตอร์ ใน 5 ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ Fighting, Jiu-Jitsu, Duo, Show และ Full Contact โดยมีหลายชาติชั้นนำเข้าร่วม อาทิ บราซิล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลกด้วยมาตรฐานการแข่งขัน ความปลอดภัย และการบริการที่ครบวงจร ตอกย้ำเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางสปอร์ตทัวริซึมของภูมิภาค และยกระดับประเทศไทยบนเวทีการกีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมพิจารณา (ร่าง) บันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายเทคโนโลยีสื่อสารของประเทศ วัตถุประสงค์ของความร่วมมือดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบโทรคมนาคมเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ด้วยการนำระบบสื่อสารทันสมัยมาประยุกต์ใช้ทั้งด้านการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน การสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ และระบบข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการติดตามและดูแลนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ รองปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ร่างบันทึกความร่วมมือมีความรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก การบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว และมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ การเดินหน้าความร่วมมือกับ กสทช. ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวไทย เตรียมพร้อมรองรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวดิจิทัล และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทันสมัย ปลอดภัย และเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดประเด็นการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หัวข้อ “การนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ” ประเด็นฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการ เจ้าหน้าที่สนับสนุน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ในการประชุม นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ได้ชี้แจงข้อมูลด้านการท่องเที่ยว พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญ ได้แก่ • เสริมมาตรการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว • ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงหรือหลอกลวงนักท่องเที่ยว • ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองรอง • จูงใจภาคเอกชนพัฒนาโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวผ่านมาตรการภาษี • ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพำนักระยะยาวในประเทศไทย • เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผลจากการประชุมนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกและกำหนดประเด็นตรวจราชการแบบบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ข้อ 8 วรรคสี่ เพื่อให้แผนตรวจราชการของหน่วยงานต่าง ๆ สอดคล้อง ไม่ซ้ำซ้อน และเกิดบูรณาการร่วมกัน รวมถึงกำหนดมาตรฐานและเครื่องมือการติดตามผลที่เป็นแนวทางเดียวกัน การมีส่วนร่วมครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การฟื้นตัวอย่างมั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ ผ่านมาตรการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในปีต่อไป
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ ไทย–สิงคโปร์ (ฝ่ายไทย) ว่า “การดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือไทย–สิงคโปร์ในด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย และส่งเสริมให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเรือสำราญในภูมิภาคอาเซียน” โดยมีเจ้าหน้าที่กองนโยบายและการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง เพื่อหารือความคืบหน้าในการประสานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างไทยและสิงคโปร์ โดยที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ ไทย–สิงคโปร์ (ฝ่ายไทย) เพื่อทำหน้าที่กำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงได้พิจารณาการกำหนดวันประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างสองประเทศในช่วงวันที่ 12–14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อหารือแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางการเดินเรือ การพัฒนาขีดความสามารถของท่าเรือและการบริการนักท่องเที่ยว ตลอดจนการกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน ของคณะทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลของทั้งสองประเทศต่อไป
ท่องเที่ยวและกีฬาฯ ขานรับนโยบายรัฐบาล ร่วมถก "ครม. เศรษฐกิจ" ชูท่องเที่ยวกลไกหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-แก้หนี้ประชาชน วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทนกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล การประชุมดังกล่าวมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาและขับเคลื่อนมาตรการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ประชุมได้มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณา ได้แก่ มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย (NPL) ของประชาชนรายย่อย ที่มีวงเงินต่ำกว่า 100,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและฟื้นฟูศักยภาพทางการเงินของประชาชน, แนวทาง มาตรการ และโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” เพื่อเร่งรัดการส่งออกและลดค่าครองชีพ และมาตรการสนับสนุนโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เฟส 2 เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างทั่วถึง ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจร่วมกับทุกภาคส่วน โดยมองว่า มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ (Purchasing Power) ของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อการฟื้นตัวของ "การท่องเที่ยวภายในประเทศ" นอกจากนี้ กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนและเชื่อมโยงนโยบาย “Quick Big Win” และโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยวในเมืองรอง การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนการใช้จ่ายในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งร้านอาหาร ที่พัก และร้านจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง ____ #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #mots_thai #MOTS _____
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมกรมการท่องเที่ยว ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรมสัมมนา “ขับเคลื่อนการส่งเสริมจริยธรรม” เพื่อพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานที่ตั้งอยู่บนหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ การสัมมนามุ่งเน้นการปลูกฝังค่านิยมซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนออกจากผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อให้บุคลากรของกระทรวงฯ ดำเนินงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพราชการและความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจาก 7 หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว กรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) นางสาววนิดา กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการสร้างระบบการทำงานที่อยู่บนหลักคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมผลักดันให้เกิดการปฏิบัติงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และมุ่งประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมคุณธรรมภาครัฐ และเพิ่มศักยภาพบุคลากรในการเป็นแบบอย่างของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดี การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของกระทรวงฯ ในการสานต่อภารกิจสร้างองค์กรคุณธรรม เพื่อการบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ไว้วางใจของสังคม
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานหน้าหอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ภายใต้โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ โดยได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมร่วมออกกำลังกายร่วมกับประชาชนจำนวนมากอย่างคึกคัก การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล ทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนไทย ตามแนวพระราชปณิธานในการเป็นแบบอย่างของการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรด้านสุขภาพ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และรณรงค์ให้คนไทยออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ตามหัวข้อประจำปีนี้คือ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค” นางสาววนิดา กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเป็นประจำว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมชื่นชมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทั่วประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนและส่งเสริมการออกกำลังกายและกิจกรรมกีฬาในทุกมิติ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – คณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) พร้อมใจเข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การเข้าร่วมพระพิธีธรรมในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังแสดงความอาลัยจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทุกหน่วยงาน ได้แก่: • สำนักงานรัฐมนตรี • สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา • กรมการท่องเที่ยว • กรมพลศึกษา • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย • การกีฬาแห่งประเทศไทย • องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน • มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ และปฏิบัติตนตามข้อปฏิบัติโดยเคร่งครัด ด้วยอาการสงบ สำรวม ตลอดพระพิธีธรรม ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังมีกำหนดการเข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ อีก 3 ครั้ง ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568, 29 ธันวาคม 2568 และ 27 มกราคม 2569
ติดตามข่าวสารล่าสุดในหมวดหมู่ข่าวเด่นวันนี้ ผ่าน RSS Feed